|
บราซิล เป็นชาติมหาอำนาจลูกหนังมาตั้งแต่อดีต โดยเริ่มตั้งแต่ในยุค 1950 ที่เริ่มจะแซงหน้าทีมยักษ์ใหญ่ในอดีตหลายๆทีมในยุคนั้น ก่อนจะมาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์โลกได้ 3 สมัยในยุคของ “ไข่มุกดำ” เปเล่ ราลูกหนังโลกในปี 1958, 1962 และ 1970 ซึ่งเป็นชุดที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์
นับจากนั้นไม่ว่าจะลงเล่นครั้งไหน บราซิล ก็จะได้รับการยกย่องในฐานะทีมเต็งแชมป์เสมอมา และมาคว้าแชมป์ได้อีก 2 ครั้งในปี 1994 และ 2002
สำหรับฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ “โอ เซเลเซา” ก็ถูกจัดให้เป็นเต็งแชมป์เช่นกัน โดยเป็นเต็งร่วมกับ “กระทิงดุ”สเปน แชมป์ฟุตบอลยูโร 2008 ที่ได้รับการยกย่องว่าสุดยอดไม่แพ้กัน
ทั้งนี้แม้ว่า บราซิล ภายใต้การนำของ ดุงก้า อดีตกัปตันชุดแชมป์โลกปี 94 ที่สหรัฐฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเหลือเกินหากเทียบกับฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่เยอรมัน โดยบราซิล ได้แปรสภาพจากทีมรวมดารา มากลายเป็นทีมที่มีดาราแบบพอเพียง
ทีมเวิร์คมาก่อนความสามารถเฉพาะตัว และชัยชนะก็ต้องมาก่อนลีลาที่สวยงาม
นี่คือปรัชญาในการทำทีมของ ดุงก้า
ดังนั้นซูเปอร์สตาร์มากมายจึงถูกตัดพ้นทีมไม่ว่าจะเป็นโรนัลโด้,โรนัล ดินโญ่,อาเดรียโน่ หรือแม้แต่ อเล็กซานเดร ปาโต้ ขณะที่นักเตะที่ชื่อเสียงไม่คุ้นหูเท่าอย่าง นิลมาร์,กราฟิเต้ ,โจซูเอ และอีกหลายๆคนกลับถูกเรียกตัวติดทีมมาแทน
กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าบราซิล จะขาดดาวประดับฟ้าเพราะพวกเขายังมี กาก้า เทพบุตรลูกหนัง และ โรบินโญ่ เป็นสองสีสันสำคัญในทีม ขณะที่แนวรุกนาทีนี้ หลุยส์ ฟาเบียโน่ กำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตเช่นกัน
สิ่งที่ บราซิล ชุดนี้มีแต่ชุดอื่นไม่ค่อยมีก็คือความสมดุลทุกแดนตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่ เก่งที่สุดคนนึงของโลก ชูลิโอ เซซาร์ ไลน์แบ็กโฟร์เหนียวหนึบและมีแบ็กที่เด่นทั้งรับ-รุกอย่าง ไมคอน แดนกลางมีตัว “คนหาบน้ำ”อย่าง จิลแบร์โต้ ซิลวา,เอลาโน่ และเฟลิเป้ เมโล่ ขณะที่แนวรุกเป็นหน้าที่ของ โรบินโญ่, กาก้า และ ฟาเบียโน่
ตัวทีเด็ดข้างสนามที่พร้อมใช้งานอย่าง นิลมาร์ ก็ไม่ได้ขี้เหร่
วัดฟอร์มจากช่วงรอบคัดเลือก บราซิล ก็ทำได้สุดยอด เกมอุ่นเครื่องก็เข้าตา อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตา สับแข้งสับขาจนคู่แข่งปวดหัวเหมือนก่อน แต่บราซิล ยุคนี้ก็เล่นได้เด็ดขาด ชนะในเกมที่ต้องชนะ และไม่ผิดพลาดง่ายๆ
โอกาสจะทะลุเข้ารอบลึกๆนั้นไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย เพราะถึงจะอยู่กลุ่มที่หินที่สุดของการแข่งขัน แต่เอาชื่อชั้นของ โปรตุเกส, ไอวอรี่โคสต์ และเกาหลีเหนือมาวัดดูแล้ว ก็ยังหาทีมหยุดพวกเขาได้ยากอยู่ดี อาจจะมีแค่โปรตุเกส ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายที่อาจจะไม่มีความหมายแล้วก็เป็นได้
แต่จะไปได้ถึงแชมป์หรือเปล่าก็ต้องวัดใจสเปน ที่อาจต้องป๊ะกันเองในรอบตัดเชือกก่อน
ถ้าผ่านไปได้ดุงก้า ก็มีโอกาสจะเป็นอีกหนึ่งกุนซือตามรอย คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาไรร่า ที่คว้าแชมป์ได้ทั้งในฐานะนักเตะและกุนซือ
โปรแกรมการแข่งขันของ บราซิล ในกลุ่ม จี
15 มิ.ย. บราซิล - เกาหลีเหนือ
20 มิ.ย. บราซิล - ไอวอรี่โคสต์
25 มิ.ย. โปรตุเกส - บราซิล
รายชื่อผู้เล่น 23 คนทีมชาติบราซิลชุดทำศึก ฟุตบอลโลก 2010
ผู้รักษาประตู : ชูลิโอ เซซาร์,เออเรลโญ่ โกเมส, โดนี่
กองหลัง : ไมคอน, ลูซิโอ, ชวน, มิเชล บาสโตส, ดาเนี่ยล อัลเวส, ลุยเซา, ติอาโก้ ซิลวา, จิลแบร์โต้ เมโล่
กองกลาง : เฟลิเป้ เมโล่,เอลาโน่, จิลแบร์โต้ ซิลวา, กาก้า, โจซูเอ้, รามิเรส, ชูลิโอ บาปติสต้า, เคลแบร์สัน
กองหน้า : หลุยส์ ฟาเบียโน่, โรบินโญ่, นิลมาร์, กราฟิเต้
ที่มา http://football.impaqmsn.com/content.aspx?id=57647&ch=262&ch=scoop
No comments:
Post a Comment